ทัพพีเทพนมหางงอนทองลงหิน
โดย ศูนย์หัตถกรรมทองลงหิน · 📍 เขตจตุจักร
รายละเอียดสินค้า
เครื่องทองลงหิน มีชื่อเรียกต่างกันไป เช่น เครื่องสัมฤทธิ์ , เครื่องลงหิน (ใช้โลหะต่างๆ ผสมกันตามส่วนตามต้องการแล้วขัดแต่งขั้นสำเร็จด้วยหิน) , เครื่องทองม้าฬ่อ (ใช้โลหะ ต่างๆ ผสมกัน เพื่อให้เกิดเสียงกังวาน มีความแข็งคม) ในประเทศไทย ถือว่าทำกันตกทอดมาตั้งแต่ยุคโลหะผสมหรือยุคสำริด มีอายุย้อนหลังไปประมาณ ๓,๕๐๐ ปีและทำต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ในสมัยกรุศรีอยุธยา เรียกว่า เครื่องม้าล่อ ซึ่งเป็นโลหะผสมที่มีความแข็งแรงและเหนียวกว่าชนิดอื่น ชาวไทยเรียกกันว่า ทองสำริดหรือทองลงหิน นั่นเอง มีส่วนผสมระหว่างทองแดงและดีบุก ๔ ส่วนและ ๑ ส่วนตามลำดับ คำว่า ลงหิน นั้นมาจากกริยาที่ช่างทำการขัดผลิตภัณฑ์โลหะโดยการใช้หินขัดให้เกลี้ยงเกลา เช่น นำหินมาขัดขันที่ทำด้วยทองสำริด จึงเรียกว่า ขันลงหิน แล้วเลยเรียกขันที่ขัดแล้วมีสีทองว่า ทองลงหิน ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ ๔ ช่างทำทองลงหินในไทย รับซื้อทองม้าฬ่อ (โล่โก๊ะแตก)มาจากจีน ทำมาหล่อเป็นขัน ฆ้อง ตลอดจนเป็นพระพุทธรูปและลำกล้องปืนใหญ่ ต่อมานายสำราญ พูลสวัสดิ์ สนใจวิชาช่างเครื่องทองลงหินจึงไปศึกษาจากช่างอาชีพช้อนครู แล้วนำมาประดิษฐ์เป็นเครื่องใช้ ชุดรับประทานอาหาร และคิดวิธีที่ไม่ต้องพึ่งวัตถุดิบจากจีน โดยนายเกลียว บุนนาค ทีมวิทยาศาสตร์ ได้แยกแร่ธาติที่ผสมอยู่ได้คือ ทองแดงและดีบุก ไทยจึงเริ่มผสมใช้เอง ทำให้ทองลงหินมีความเจริญและนิยมมากขึ้น ต่อมานายสำราญ พูลสวัสดิ์ จึงได้ก่อตั้ง บริษัท ส. สำราญ ไทยแลนด์ ขึ้นที่ถนนเพชรบุรี ฝึกสอนวิชาชีพเครื่องทองลงหินแก่ลูกหลานและเพื่อนบ้านในท้องถิ่น ถือเป็นบริษัทของไทยแห่งแรกที่ผลิตเครื่องทองลงหินส่งขายต่างประเทศ และได้คิดค้นประดิษฐ์เครื่องทองลงหินที่มีลวดลายไทย และรูปแบบอื่นๆ ออกจำหน่ายตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๙๒ เป็นต้นมา หลังจาก ปี 2490 ที่บริษัทต่างชาติ เข้ามาจ้างบริษัท ส. สำราญไทยแลนด์ ทำการผลิตเครื่องทองลงหิน จนเฟื่องฟูมาก ทำให้ต้องขยายกิจการและมีคนสนใจทำกันมาก หนึ่งในจำนวนนั้นมีตระกูลเสียงสุวรรณ และตระกูลหงส์ขจร ได้เข้ามาฝึกงานและทำอาชีพทองลงหินกับบริษัท จนเมื่อปี พ.ศ. 2497 ได้ย้ายออกมาทำการผลิตเอง และย้ายมาตั้งถิ่นฐานในซอยอุดมมิตร (ซอยพหลโยธิน 49 ในปัจจุบัน) หลังจากนั้นได้ชักชวนคนในตระกูลและเพื่อนฝูงมาทำการผลิตและบุกเบิกเครื่องทองลงหินจนทำให้มีชื่อเสียงในย่านนี้ จนมีชื่อเรียกกันในตอนนั้นว่า “ชุมชนโรงช้อนบางบัว” ต่อมา ปี พ.ศ. 2499 ชาวบ้านที่มีอยู่เดิม เริ่มชักชวนญาติพี่น้องของตนเข้ามาทำอาชีพหัตถกรรมทองลงหินเพิ่มมากขึ้น จากเดิม 10 ครอบครัว จนเพิ่มเป็น 150 ครอบครัว หรือประมาณ 1000-1500 คน ในช่วง ปี พ.ศ.2508 ตระกูลด้วงเงินโดยนายสมคิด ด้วงเงิน เริ่มเข้ามาทำเครื่องทองลงหิน ซึ่งถือเป็นยุครุ่งเรืองที่สุดของอาชีพเครื่องทองลงหิน จนกระทั่งเริ่มมีสแตนเลสเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ทำให้ความนิยมในเครื่องทองลงหิน เริ่มลดลง ในปี พ.ศ.2532 สำนักงานเขตจตุจักร เข้ามาจัดตั้งชุมชนประดิษฐ์โทรการ และตั้งศูนย์หัตถกรรมทองลงหินขึ้น เพื่อเป็นการอนุรักษ์ อาชีพเครื่องทองลงหิน ให้คงอยู่คู่ชุมชนและประเทศไทยต่อไป ดังคำขวัญของชุมชนประดิษฐ์โทรการที่ว่า หนึ่งชุมชน หนึ่งผลิตภัณฑ์ ของประดิษฐ์ฯ ร่วมกันคิด ร่วมกันสร้าง ร่วมแก้ไข ทองลงหิน จักอยู่ ถ้ารวมใจ อนุรักษ์ หัตถกรรมนี้ไว้ คู่ชุมชน
ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการรับรองตรา Bangkok Brand ประจำปี พ.ศ. 2569 โดยกรุงเทพมหานคร
ดูข้อมูลติดต่อร้าน ▾ซ่อนข้อมูลติดต่อ ▴
ที่อยู่: 13 ซ.พหลโยธิน 47 ถ.พหลโยธิน ลาดยาว จตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900
โทร: 0860607283
อีเมล: [email protected]
ผลิตภัณฑ์หมวดงานคราฟต์และหัตถกรรมอื่นๆ
ดูทั้งหมด →